เที่ยวฮ่องกงเว็บเดียวเกินพอ HongKongTravel.in.th

 

ฮ่องกง

 
disneyland hongkong   ฮ่องกงเมืองที่คึกคักและเร่งรีบแห่งนี้เคยเป็นเพียง หมู่บ้านชาวประมง มานานจนถึงปี 1842 ราชวงศ์ชิงพ่ายแพ้ในสงครามฝิ่น และนั่นคือเหตุผลที่ฮ่องกงต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษตามสนธิสัญญา นานกิง ต่อมาในปี 1860 ฮ่องกงในส่วนของเกาลูนจึงถูกส่งมอบให้แก่อังกฤษ และสุดท้ายในปี 1898 อังกฤษได้ลงนามในสัญญาเช่าพื้นที่เขตนิวเทอร์ริทอร์รี่ส์จากจีน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาลูนขึ้นไป จนถึงแม่น้ำเสิ่นเจิ้น รวมถึงเกาะรายรอบอีก 235 เกาะ เป็นเวลา 99 ปี

ฮ่องกงได้กลับ มาปกครองโดยจีนอีกครั้ง ในวันที่ 1 ก.ค. 1997 ภายใต้นโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” โดยเป็นเขตการปกครองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีน และภายใต้ระบบนี้ทำให้ฮ่องกงปกครองตนเองได้เต็มที่ คือสามารถใช้ระบบทุนนิยมได้เช่นเดิม มีระบบศาลและกฎหมายเป็นของตัวเอง มีการค้าเสรีและมีอิสรภาพในการแสดงความคิดเห็น

อ่าวที่สวยงามของ ฮ่องกง เป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาฮ่องกง เนื่องจากเป็นท่าเรือค้าขายและท่าเรือปลอดภาษีของจีน โดยในช่วงยุคอุตสาหกรรม ฮ่องกงได้กลายเป็นศูนย์กลางด้านบริการและการเงินชั้นนำของเอเชีย วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้หล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้ง แหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย และชนบทที่สวยงาม ทำให้ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียของนัก
 

ฮ่องกง

ข้อมูลทั่วไป สถานะ อยู่ภายใต้อธิปไตยของจีน (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540) เข้าร่วม เอเปคในฐานะเขตศุลกากรหนึ่งของจีน ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกวางตุ้งของจีน ห่างจากนครกวางโจวประมาณ 130 กิโลเมตร พื้นที่ 1,092 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย เกาะฮ่องกง แหลมเกาลูน New Territories และเกาะเล็กเกาะน้อยอีก 235 เกาะ ประชากร 7.3 ล้านคน (2545) โดยร้อยละ 98 เป็นคนจีน อัตราการเติบโตของประชากร ร้อยละ 1.1 ภาษาราชการ อังกฤษและจีนกวางตุ้ง คนส่วนใหญ่เข้าใจภาษาจีนกลางได้ดี ศาสนา ส่วนใหญ่นับถือพุทธมหายาน และศาสนาอื่น ๆ

ภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน แบ่งเป็น 4 ฤดู มีผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และความชื้นค่อนข้างสูง (ประมาณร้อยละ 79) ธง ใช้ธงชาติจีนเป็นธงประจำชาติ (เนื่องจากเป็นดินแดนภายใต้อธิปไตยของจีน) และมีธงประจำฮ่องกง ซึ่งมีพื้นธงสีแดง ตรงกลางเป็นรูปดอกชงโค มีดาว 5 ดวง อยู่ที่ปลายเกสร

เงินตรา ฮ่องกงดอลลาร์ (ฮ่องกงดอลลาร์เท่ากับ 5.23 บาท)/GDP 161,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2544)/GNP 117,867 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2544) รายได้เฉลี่ยต่อหัว 24,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ไตรมาสที่ 1 ปี 2546) ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 112,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2545) ระบอบการปกครอง เป็นเขตบริหารพิเศษ (Special Administrative Region) ของจีน

ประวัติศาสตร์ เมื่อ พ.ศ.2385 หลังจากสงครามฝิ่นระหว่างจีนกับอังกฤษครั้งที่ 1 ฮ่องกงตกเป็นของอังกฤษตามสนธิสัญญานานกิง (Treaty of Nanking) ต่อมาในปี พ.ศ. 2403 หลังจากสงครามฝิ่นครั้งที่สอง แหลมเกาลูนตกเป็นของอังกฤษตามอนุสัญญากรุงปักกิ่ง (Beijing Convention) และภายหลังที่จีนแพ้สงครามญี่ปุ่นในปี พ.ศ.2438 ประเทศยุโรปพยายามแผ่อำนาจในจีน อังกฤษเห็นความจำเป็นที่จะต้องปกป้องอ่าวฮ่องกงและดินแดนรอบ ๆ จึงทำสัญญาเช่าเขตนิวเทอริทอรีจากจีน เมื่อ 9 มิถุนายน 2441 เป็นเวลา 99 ปี ดินแดนดังกล่าวประกอบด้วยพื้นที่เหนือแหลมเกาลูนไปจนจรดแม่น้ำเซินเจิ้น และเกาะต่าง ๆ อีก 235 เกาะ

ในเดือนกันยายน พ.ศ.2515 จีนและอังกฤษเริ่มเจรจากันถึงอนาคตของเกาะฮ่องกง ภายหลังการโอนอธิปไตยเหนือฮ่องกงจากอังกฤษไปสู่จีน ในปี พ.ศ.2540 ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2527 จีนกับอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ร่วม (Sino-British Joint Declaration) ว่าด้วยการ ส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีนในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 และเพื่อเป็นกรอบกำหนดแนวทางบริหารฮ่องกงภายหลังปี 2540

การเมืองการปกครอง ตามแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว ปัจจุบันฮ่องกงมีฐานะเป็นเขตปกครองพิเศษ Special Administrative Region (SAR) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน (อยู่ภายใต้อธิปไตยของจีน) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 โดยยังคงระบบสังคม เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชนแบบเดิมเป็นเวลา 50 ปี แนวทางดังกล่าวเรียกว่า “หนึ่งประเทศสองระบบ” (one country, two systems) และได้ระบุไว้ใน Basic Law อันเป็นกฎหมายแม่บทหรือธรรมนูญในการปกครองฮ่องกงตั้งแต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2540 ซึ่งยืนยันเช่นเดียวกันใน Sino-British Joint Declaration คือ ให้สิทธิฮ่องกงในการปกครองตนเองในระดับสูง (high degree of autonomy) มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่น ๆ เป็นเขตศุลกากรอิสระ (Separate Customs Area) และยังคงสถานะเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศต่อไป ยกเว้นด้านการต่างประเทศ และการป้องกันประเทศที่รัฐบาลจีนจะเป็นผู้กำหนด ระบบการเมืองการปกครองแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

เศรษฐกิจการค้า ระบบเศรษฐกิจฮ่องกงมีระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม มีข้อจำกัดทางการค้าน้อยมาก เนื่องจากฮ่องกงไม่มีทรัพยากรธรรมชาตินอกจากท่าเรือน้ำลึกที่ดีเยี่ยม ดังนั้น โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญของ ฮ่องกง คือ การค้า การเงินการธนาคาร การลงทุนและการท่องเที่ยว ปัจจุบันฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะการนำเข้า-ส่งออก รวมไปถึงการ re-export สินค้าไปประเทศที่สาม และเป็นศูนย์กลางการเงินและการธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกรองจาก นิวยอร์กและลอนดอน

ฮ่องกงมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากประมาณ 10 % ต่อปี อัตราการเจริญ เติบโตของเศรษฐกิจฮ่องกงขึ้นกับเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ฮ่องกงเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก สำหรับสินค้าประเภทสิ่งทอ เครื่องประดับเทียม กระเป๋า ร่วม ดอกไม้ประดิษฐ์ ของเล่น และนาฬิกา สินค้าส่งออกจากฮ่องกงประมาณ 85% เป็นสินค้า re-export คู่ค้าสำคัญคือ สหรัฐฯ และ สหภาพยุโรป
อุตสาหกรรม ฮ่องกงมีชื่อเสียงในด้านการส่งสินค้าอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภค แต่ อุตสาหกรรมเด่นของฮ่องกงกลับเป็นอุตสาหกรรมก่อสร้าง การต่อเรือ ซ่อมเรือ และอุตสาหกรรมขนาดเล็ก เช่น เครื่องประดับ อิเลคโทรนิกส์ นาฬิกา ของเล่น ประมาณร้อยละ 80 ของสินค้าอุตสาหกรรมผลิตเพื่อการส่งออก

ความสัมพันธ์ไทย-ฮ่องกง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้เยือนฮ่องกงอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2544 และในการหารือกับนาย Tung Chee-hwa ผู้บริหารสูงสุด ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะเป็น gateway ของกันและกัน โดยไทยจะเป็น gateway ในการเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฮ่องกงจะเป็น gateway สำหรับเข้าสู่จีน โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจ Pearl River Delta ในบริเวณภาคใต้ของจีน

สภาธุรกิจฮ่องกง-ไทย เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2545 ได้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจฮ่องกง-ไทย ขึ้นที่เมืองฮ่องกง โดยเป็นการริเริ่มของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง และนักธุรกิจชาวฮ่องกง เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านธุรกิจการค้าระหว่างไทยกับฮ่องกง ทั้งนี้ สภาธุรกิจฮ่องกง-ไทยได้รับการสนับสนุนจากทั้งนาย Tung Chee-hwa ผู้บริหารสูงสุด และ ฯพณฯ พ.ท.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการรับเป็นผู้อุปถัมภ์สภาธุรกิจฯ

แรงงานไทยในฮ่องกง คนไทยในฮ่องกงมีจำนวนประมาณ 8,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มาประกอบอาชีพแม่บ้าน

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกและนำเข้า สินค้าส่งออก : แผงวงจรไฟฟ้า เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด เครื่องใช้ไฟฟ้า และส่วนประกอบอื่นๆ อัญมณีและเครื่องประดับ ข้าว หนัง และผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัด และนาฬิกาและส่วนประกอบ เป็นต้น สินค้านำเข้า : เครื่องเพชร พลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผ้าผืน เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ฯ เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม สินแร่โลหะ ผลิตภัณฑ์โลหะ และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น

** ที่มา: กองเอเชียตะวันออก3 กรมเอเชียตะวันออก โทร.02-643-5203-4 **

ถาม & ตอบ

ถาม: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวฮ่องกงคือเวลาใด ?
ตอบ: ฮ่องกงเป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมที่สุดคือตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็น ช่วงที่หนาวที่สุด (กลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) อุณหภูมิอาจลดลงถึง 10o C (50o F) ช่วงที่อากาศอุ่นที่สุด (ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกันยายน) อุณหภูมิจะเฉลี่ยอยู่ที่ 28o C แต่อาจจะสูงถึง 33o C (91o F) ได้

ถาม: จำเป็นต้องขอวีซ่าเข้าฮ่องกงหรือไม่?
ตอบ: นักท่องเที่ยวจากหลายประเทศสามารถเข้าฮ่องกงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและพักอยู่ ได้ตั้งแต่ 7 วัน ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสัญชาติ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนสำหรับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ

ถาม: ควรฉีดวัคซีนใดไปก่อน ?
ตอบ: ตามปกติฮ่องกงไม่ได้กำหนดให้ต้องฉีดวัคซีนก่อนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับสายการบินเมื่อจองตั๋ว เนื่องจากระเบียบด้านสุขอนามัยอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วง หน้า

ถาม: ควรพักย่านใดมากที่สุด ?
ตอบ: ฮ่องกงเป็นเมืองเล็ก ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะอยู่ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวที่ สำคัญ อีกทั้งฮ่องกงยังมีระบบการขนส่งที่ดีเยี่ยม นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินทางได้สะดวก ไม่ว่าจะพักอยู่ที่ใด โรงแรมส่วนใหญ่จะอยู่ใจกลางเมือง ทั้งในย่านเซ็นทรัล วันไช และคอสเวย์เบย์บนเกาะฮ่องกง และย่านจิมซาโจ่ยและจิมซ่าโจ่ยอีสต์ในเกาลูน นอกจากนี้ยังมีโรงแรมสไตล์รีสอร์ตในเขตนิวเทอริทอรี่ส์ ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการพักผ่อนสบาย ๆ เริ่มเปิดให้บริการมากขึ้น

ถาม: ระบบขนส่งมวลชนของฮ่องกงมีบริการทั่วเมืองหรือไม่
ตอบ: ฮ่องกงมีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้บริการได้สะดวก มีทั้งรถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ หรือรถไฟ ให้บริการด้วยอัตราค่าโดยสารที่ไม่แพง ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฮ่องกง และมีป้ายบอกเป็นภาษาอังกฤษและจีน

ถาม: ควรจะจ่ายค่าทิปอย่างไร ?
ตอบ: ภัตตาคารส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมเนียมการบริการ 10% แต่บริกรมักคาดว่าจะได้เงินทอนที่เหลือเป็นค่าทิป ภัตตาคารที่ไม่ได้บวกค่าธรรมเนียมการบริการนั้นคาดว่าจะได้เงินทิป 10% อย่างไรก็ตาม การให้ทิปนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนักท่องเที่ยว ทั้งพนักงานขนกระเป๋า คนเฝ้าประตู คนดูแลห้องน้ำและคนขับแท็กซี่จะยินดีหากได้รับเงินทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเงินทอนที่เหลือ

ถาม: สามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนตัวในฮ่องกงได้หรือไม่ ?
ตอบ: ฮ่องกงใช้ไฟ 220 โวลต์ (เช่นเดียวกับไทย) หากใช้อุปกรณ์ที่ใช้ไฟ 100 โวลต์ อาจต้องใช้หม้อแปลง โรงแรมส่วนใหญ่จะมีไดร์เป่าผมและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้

ถาม: ฮ่องกงเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ ?
ตอบ: แน่นอน ฮ่องกงเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แม้กระทั่งยามค่ำคืน จึงสามารถจะเดินไปไหนมาไหนได้อย่างมั่นใจ
 
ถาม: ฮ่องกงใช้ภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวางหรือไม่ ?
ตอบ: ฮ่องกงพูดภาษาอังกฤษกันแพร่หลายมาก จะไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับชาวฮ่องกงในโรงแรมหรือภัตตาคารและแม้แต่แท็กซี่ printTBN("Top");

จัดกระเป๋าเดินทาง

เสื้อผ้า ด้วยสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนของฮ่องกง คุณจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวไปตลอดปี เสื้อผ้าฝ้ายสวมใส่สบายเหมาะสมกับการเที่ยวที่สุด ยกเว้นช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เมื่อปรอทอาจลดระดับลงถึง 10oC (50oF) ทว่าในช่วงฤดูร้อน ควรติดเสื้อสเวตเตอร์บางไปด้วย เนื่องจากตามภัตตาคารและโรงภาพยนตร์มักจะปรับเครื่องอากาศไว้เย็นจัด ฝนอาจตกในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน) ดังนั้น จึงควรพกเสื้อกันฝนไปด้วยในช่วงนี้

แน่นอนว่าสิ่งที่คุณจำเป็นต้องนำติดตัวไปนั้นขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่คุณจะทำ ให้นครแห่งชีวิต ขอแนะนำให้เตรียมชุดว่ายน้ำสำหรับการเที่ยวชายหาด รองเท้าส้นเตี้ยสำหรับการเดินเที่ยว และชุดลำลองสำหรับการดินเนอร์ ควรสวมสูทอย่างเป็นทางการเมื่อติดต่อธุรกิจ สำหรับผู้ที่เตรียมออกตระเวณช้อปปิ้งมอลล์ของเหล่าดีไซน์เนอร์และตลาดกลาง คืนอันมีสีสัน ขอแนะนำให้เหลือที่ว่างในกระเป๋าไว้มาก ๆ เนื่องจากฮ่องกงนั้นขึ้นชื่อว่าสวรรค์ของนักช้อปโดยแท้
สภาพอากาศ

ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคมถึงกลางพฤษภาคม)
อุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูใบไม้ผลิ ตอนเย็นอากาศอาจจะเย็นลง แต่เสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18oC-27oC (64oF-80oF) ความชื้นประมาณ 82 %

ฤดูร้อน (ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางกันยายน)
อากาศร้อนและชื้นด้วยอุณหภูมิตั้งแต่ 26oC-33oC (78oF-91oF) และความชื้นเกือบ 86% เสื้อแขนสั้นและผ้าฝ้ายเหมาะสมที่สุด พร้อมด้วยเสื้อสเวตเตอร์บาง ๆ สำหรับสวมเมื่ออยู่ในอาคาร เช่น ตามภัตตาคารต่าง ๆ ซึ่งมักจะเปิดเครื่องปรับอากาศค่อนข้างเย็น ร่มหรือหมวกก็ช่วยกันแดดได้ดี
ฤดูร้อน

ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนกันยายนถึงต้นธันวาคม)
อากาศสดใสและปลอดโปร่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เสื้อแขนสั้นและแจ็คเก็ตบาง ๆ เหมาะสมที่สุดในฤดูกาลนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18oC-28oC (64oF-82oF) ความชื้นที่ 72%

ฤดูหนาว (กลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์)
ฤดูหนาวมีระดับความชื้นต่ำที่ 72% ถึงแม้ว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ตั้งแต่ 14oC-20oC (57oF-68oF) ปรอทสามารถลดลงได้จนถึง 10oC (50oF) อากาศหนาวเย็นจัดในบางโอกาสทำให้เสื้อขนสัตว์และโอเวอร์โค้ตเป็นสิ่งจำเป็นในฤดูนี้
ฤดูหนาว

สัญญาณบอกสภาพอากาศ
บางครั้งฮ่องกงอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรงบ้าง รัฐบาลได้จัดระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อนขึ้น มีสัญญาณเตือนระดับพายุไซโคลนเขตร้อน 5 ระดับ (ระดับ 1,3,8,9 และ 10 โดยระดับ 10 มีความรุนแรงที่สุด) อย่างไรก็ตาม พายุไต้ฝุ่นแทบจะไม่เคยพัดผ่านฮ่องกงตรง ๆ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณเตือนสภาพพายุฝนอีก 3 ระดับ (สีน้ำตาลเหลือง สีแดง และสีดำ โดยสีดำถือว่ารุนแรงที่สุด) หากสัญญาณเตือนพายุไต้ฝุ่นอยู่ที่ระดับ 8 หรือสูงกว่า และ/หรือสัญญาณฝนเป็นสีดำ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวอยู่ในโรงแรมที่พัก

สำหรับข้อมูลสภาพอากาศล่าสุด โปรดคลิกที่เว็บไซต์ Hong Kong Observatory

ระเบียบการเข้าเมือง

หนังสือเดินทาง นักท่องเที่ยวมาเยือนฮ่องกงต้องถือหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง หนังสือเดินทางควรมีอายุใช้งานอย่างน้อย 1 เดือน หลังจากกำหนดวันเดินทางออกจากฮ่องกง สำหรับบางสัญชาติ เงื่อนไขนี้อาจขยายจนถึง 6 เดือน นักท่องเที่ยวหลายสัญชาติจากหลายประเทศไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่ 7 วัน ถึง 180 วัน ขึ้นอยู่กับสัญชาติ ควรตรวจสอบกับสถานทูตหรือสถานกงสุลจีนเพื่อทราบระเบียบล่าสุด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการขอวีซ่า โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบการเข้าเมือง Visit Visa/ Entry Permit Requirements โดยคลิก ที่นี่.

สนามบิน ปัจจุบัน การเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจในฮ่องกงบ่อย ๆ สะดวกยิ่งขึ้นหากใช้บัตรเดินทาง (Travel Pass) ของเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเดินทาง โปรดเปิด เว็บไซต์ของกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง หากต้องการใบสมัคร โปรดคลิก ที่นี่.

สามารถขอวีซ่าเข้าจีนแผ่นดิน ใหญ่ได้ในฮ่องกง โดยเตรียมรูปถ่าย 1 รูปและตามปกติจะใช้เวลา 3 วันทำการในการดำเนินการ สามารถขอวีซ่าได้ที่สำนักงานวีซ่าของสาธารณรัฐประชาขนจีน สำนักงานคณะกรรมการของกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฮ่องกง บริษัท ไชน่า เทรเวล เซอร์วิส (HK) จำกัด หรือบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล เทรเวล เซอร์วิส HK จำกัด


ข้อมูลสนามบิน

สนามบินนานาชาติฮ่องกง
นัก ท่องเที่ยวที่มาเยือนฮ่องกงจะได้รับการรับการบริการจากสนามบินที่ทันสมัยที่ สุดและใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง สนามบินนานาชาติฮ่องกงอยู่ที่เช็คแลปก๊ก บนเกาะลันเตา เปรียบเสมือนประตูใหญ่สู่เอเชีย

 

ทาง เลือกในการคมนาคมขนส่งมีหลากหลายเพียบพร้อมสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสนาม บินนานาชาติฮ่องกงกับเกาะฮ่องกง เกาลูน นิวเทอร์ริทอรี่ส์ และเกาะลันเตา ทั้งบริการรถไฟ รถประจำทาง เรือเฟอร์รี่ และแท็กซี่

บริการรถไฟด่วนสายสนามบิน (Airport Express-AEL) ดำเนินการโดยบริษัทเอ็มทีอาร์ คอร์ปอเรชั่น รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังสถานีฮ่องกง ในเขตเซ็นทรัล ผ่านสถานีซิงยี่ และเกาลูน ภายในเวลา 23 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวจากสนามบินไปยังเกาะฮ่องกงราคา 100 HK$ รถไฟจะวิ่งทุก ๆ 10 นาที ตั้งแต่เวลา 5.50 น. – 1.00 น. ทุกวัน และมีบริการรถรับ-ส่งฟรีไปยังโรงแรมต่าง ๆ สำหรับผู้ใช้บริการ AEL

มีบริการรถประจำทางแฟรนไช ส์กว่า 30 สาย ที่ให้บริการจากสนามบิน รวมทั้งบริการรถประจำทางปรับอากาศ 9 สาย ที่จะหยุดจอดน้อยกว่ารถประจำทางทั่วไป ค่าโดยสารของรถประจำทางปรับอากาศอยู่ระหว่าง 14 HK$ ถึง 45HK$ เรือเฟอร์รี่วิ่งระหว่างท่าเรือเช็ค แล็ป ก๊ก กับท่าเรือเทิน มุน ในเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์บริการตั้งแต่เวลา 6.00 น. – 23.00 น. ทุกวัน ส่วนแท็กซี่ไปยังทุกสถานที่ในฮ่องกงสามารถเรียกใช้บริการได้จากจุดรับ-ส่งรถ แท็กซี่ เส้นทางปกติจากสนามบินถึงเขตเซ็นทรัลราคาประมาณ 330 HK$ และถึงจิมซาโจ่ยประมาณ 270 HK$

ผู้โดยสารที่อายุตั้งแต่ 12 ปี ต้องจ่ายค่าภาษีขาออกสนามบิน (Air Passthaier Departure Tax – APDT) ราคา 80 HK$ (ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับค่าตั๋วเครื่องบิน) ผู้โดยสารที่เดินทางไปและกลับในวันเดียวกัน จะได้รับการยกเว้นการจ่ายภาษีนี้

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เป็นต้นมา มีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จ ความปลอดภัยสนามบิน (Airport Security Surcharge – ASS) เพิ่มอีก 13 HK$ จากผู้โดยสารที่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮ่องกง เพื่อการรักษามาตรฐานความมั่นคง ปลอดภัยและบริการแก่ผู้โดยสาร ค่าบริการนี้เก็บเพิ่มจากค่าธรรมเนียมความปลอดภัย 20 HK$ ที่ปัจจุบันสายการบินต่าง ๆ เรียกเก็บจากผู้โดยสารในนามของการท่าอากาศยานฮ่องกง ดังนั้นผู้โดยสารจะต้องชำระค่าธรรมเนียมความปลอดภัยของสนามบินรวม 33 HK$

การเดินทาง

ในทางภูมิศาสตร์ ฮ่องกงมีขนาดเล็กและเป็นหนึ่งในเมืองที่มีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ราคาประหยัดและให้บริการเป็นประจำที่สุดในโลก


เส้นทางคมนาคมที่ต่อเชื่อมกับระบบรถไฟใต้ดิน (Mass Transit Railway – MTR) และเส้นทางรถประจำทางต่าง ๆ ได้แก่เครือข่ายเส้นทางรถไฟสายเกาลูน-แคนตัน เรลเวย์ (Kowloon Canton Railway – KCR) และรถไฟสายสั้น (Light Rail – LR) รถรางและเรือเฟอร์รี่ มีแท็กซี่วิ่งพร้อมให้บริการและการเดินทางทั่วเมืองตามปกติจะรวดเร็วและ สะดวกมาก อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่น ๆ ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน (8.00 น. – 10.00 น. และ 5.00 น. – 19.00 น.)
 
 
ธนาคาร & สกุลเงิน

ธนาคาร
ธนาคารส่วนใหญ่เปิดทำการวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 16.30 น. และวันเสาร์ ตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 12.30 น. ปิดทำการในวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ ธนาคารและสาขาบางแห่งอาจเปิดให้บริการนานกว่านี้ บริการทางธนาคารบางประเภทอาจงด 1
ATM ชั่วโมงก่อนปิดทำ การ เครื่องเบิกถอนเงินสด (ATMs) พบได้เกือบทุกที่และเครื่อง “Electronic Money” ของ HSBC ให้บริการถอนเงินสด (HK$) ตลอด 24 ชั่วโมง แก่ผู้ถือบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ส่วนผู้ถือบัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรส สามารถใช้เครื่องเอทีเอ็มของ Jetco และสามารถถอนเงินสกุลท้องถิ่นและเช็คเดินทางได้ที่เครื่องเอทีเอ็ม Express Cash ในเมือง

สกุลเงิน
สกุลเงินที่ใช้ได้ตามกฎหมายคือเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HK$) 1 ดอลลาร์มี 100 เซ็นต์ สำหรับเหรียญ 10 เซนต์ 20 เซ็นต์และ 50 เซ็นต์ ซึ่งออกโดยรัฐบาลมีสีบรอนซ์ เหรียญ 1HK$, 2 HK$, และ 5HK$ มีสีเงิน ส่วนเหรียญนิคเกิลและบรอนซ์ใช้กับเหรียญ 10 HK$ สำหรับธนบัตรที่ออกโดย HSBC และธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มี 10 HK$, 20 HK$, 50 HK$, 100 HK$, 500 HK$ และ 1,000 HK$ ส่วนแบงก์ออฟไชน่าออกธนบัตรทุกประเภท ยกเว้น 10 HK$

นับตั้งแต่กลางปี 1980 ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงถูกตรึงไว้ที่ 7.8 HK$ ต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐฯ และลดหลั่นกันไปกับอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินสกุลอื่น อย่างไรก็ตาม อัตราตลาดแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีการแกว่งขึ้นลงบ้าง ธนาคารและผู้รับแลกเปลี่ยนเงินจะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น เช่นเดียวกับโรงแรมและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ทั้งหลายซึ่งมีบริการแลกเปลี่ยน เงินตราให้กับลูกค้า อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินสดและเช็คเดินทางจะแตกต่างกันไปเล็กน้อยเหมือนกับ เมืองอื่น ๆ และไม่สามารถแลกเหรียญได้
การแลกเปลี่ยนเงินตรา
เหรียญ & ธนบัตร
ตามกฎหมาย ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต้องติดป้ายแสดงอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิให้ ชัดเจน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบและคำนวณค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับการแลก เช็คเดินทางก่อนแลกเงิน และตามกฎหมายต้องมีใบเสร็จรับเงินออกให้ ไม่มีระเบียบใด ๆ เกี่ยวกับการถือสกุลเงินต่าง ๆ เข้าและออกจากฮ่องกง
การสื่อสาร

ฮ่องกงพัฒนาระบบการสื่อสารก้าวหน้า โทรศัพท์
ในฐานะหนึ่งในเมืองที่มีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และวิทยุติดตามตัวต่อหัว สูงที่สุดในโลก ฮ่องกงมีระบบโทรคมนาคมสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่สุด โทรศัพท์สาธารณะในประเทศแบบหยอดเหรียญคิดอัตรา 1HK$ ในเวลา 5 นาที

หมายเลขโทรศัพท์มีประโยชน์ ได้แก่

บริการค้นเลขหมายโทรศัพท์: 1081
เวลา: 18501
สภาพอากาศ: 187 8066
บริการโทรศัพท์เก็บเงินปลายทาง: 10010
บริการโทรศัพท์ทางไกล IDD และการ์ดโฟน : 10013
บริการฉุกเฉิน (ตำรวจ อัคคีภัย รถพยาบาล) : 999
บริการสายด่วน RTHK (ข่าวด่วน) +852 2272 000
สายด่วนบริการนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง : + 852 2508 1234

ไปรษณีย์
บริการไปรษณีย์ในฮ่องกงราคาไม่แพงและเชื่อถือได้ สำนักงานไปรษณีย์กลางอยู่บนเกาะฮ่องกง ติดกับท่าเรือสตาร์เฟอร์รี่ และที่เลขที่ 10 ถนนมิดเดิ้ลโรด จิมซาโจ่ย ในเขตเกาลูน โทร:. +852 2911 2222

สื่อ
หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษท้องถิ่น 2 ฉบับ ได้แก่เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ และ ฮ่องกง ไอเมล รวมทั้งหนังสือพิมพ์รายวันภาษาจีนอีกหลายฉบับมีให้บริการตามโรงแรม ร้านหนังสือและแผงขายหนังสือหลายแห่ง สถานีโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษมี 2 สถานี บริการเคเบิลทีวีและดาวเทียมมีให้บริการตามโรงแรมส่วนใหญ่ และสถานีวิทยุ 13 สถานี ออกอากาศรายการทุกประเภทตั้งแต่ดนตรีป๊อปกวางตุ้งจนถึงรายการข่าวภาคภาษา อังกฤษ

บริการทางการแพทย์
บริการทางการแพทย์ของฮ่องกงอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดของโลก โปรดสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมหรือติดต่อหน่วยงานด้านการแพทย์ที่ให้ บริการตลอด 24 ชั่วโมง

คาริทาส เมดิคอล เซ็นเตอร์ เลขที่ 111 ถนนวิงฮุงสตรีท แชมฉุ่ยโป เกาลูน
โทร: +852 27467911

โรงพยาบาลปริ๊นซ์ ออฟ เวลส์ เลขที่ 30-32 ถนนงานชิงสตรีท ชาทิน เขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์
โทร: +852 29901111

โรงพยาบาลควีน แมรี่ เลขที่ 102 ป๊กฟูลัม ฮ่องกง
โทร: +852 28553111

โรงเจิงกวานโอ เลขที่ 2 ตรอกโปหนิง ฮังเฮา เจิงกวานโอ
โทร: +852 22080111

โรงพยาบาลยานไช เลขที่ 7-11 ถนนยานไชสตรีท เจินวาน เขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์
โทร: +852 24178383
 

เวลาทำการ

ปกติ เวลาทำการของภาคธุรกิจในวันธรรมดาตั้งแต่ 9.00 น. – 17.00 น. และวันเสาร์เวลา 9.00 น. – 11.00น. ธนาคารใหญ่ ๆ จะเปิดให้บริการวันธรรมดาเวลา 9.00 น. – 16.30 น. และวันเสาร์ 9.00 น. –12. 30 น. ปิดทำการวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ
ร้าน ค้าส่วนใหญ่เปิดทุกวัน โดยปกติร้านค้าจะเปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. –19.00 น. แต่อาจมีการยกเว้นบ้าง ร้านในย่านค้าปลีกที่จอแจกเช่นคอสเวย์เบย์และจิมซาโจ่ยจะเปิดบริการถึงดึก กว่านี้ บางแห่งอาจถึง 21.30 น. ส่วนร้านในเขตเซ็นทรัล มักจะปิดประตูประมาณ 19.00 น.
สถานที่เที่ยวยอดนิยม
นักท่องเที่ยวนับล้านคนเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์มหัศจรรย์ในฮ่องกงทุกปี

นักท่องเที่ยวของฮ่องกงสนใจสถานที่เที่ยวทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและที่เที่ยวในเมือง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดในช่วง 2- 3 ปี ที่ผ่านมา ได้แก่

    วิคตอเรีย พีค
จากยอดเขาเดอะ พีค นักท่องเที่ยวสามารถชมแนวตึกระฟ้าและอ่าววิคตอเรียซึ่งมีเรือเฟอร์รี่และ เรือใบสวยงามแล่นไปมา ในยามราตรี ฉากที่เห็นจะเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับตา
ตลาดนัดกลางแจ้ง
การช้อปปิ้งในตลาดเป็นประสบการณ์ที่ชวนประทับใจในนครแห่งชีวิต ขอแนะนำให้ไปเที่ยวชมตลาดเลดี้ส์มาร์เก็ตในมงก๊ก เพื่อซื้อหาสินค้าแฟชั่นราคาย่อมเยาว์ หรือตลาดนัดกลางคืนเทมเปิลสตรีท ในเขตเยามะไต๋ ที่มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่เสื้อยืดไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า และเช่นเดียวกับการชมตลาดขายของที่ระลึก นักท่องเที่ยวจะสนุกสนานกับตลาดนกและตลาดดอกไม้ของฮ่องกง
   
  โอเชี่ยนปาร์ค
โอเชี่ยนปาร์คเป็นแหล่งความบันเทิงแบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งพิพิธภัณฑ์ปะการัง หมีแพนด้ายักษ์ รถไฟเหาะ โลกของเด็ก และท่องโลกโบราณ พร้อมมอบความสนุกสนานให้ตลอดทั้งวัน
รีพัลส์เบย์
รีพัลส์เบย์เป็นหนึ่งในหาดทรายที่สวยงามและเดินทางไปมาสะดวกที่สุด อยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮ่องกง
 
  วัดซิก ซิก เหยิน หว่อง ไต ซิน
วัดหว่องไตซินเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของวัดจีนโบราณที่ตกแต่งด้วยสีสันอัน วิจิตร ไม้ระแนงสีเหลืองและลวดลายแกะสลักหลากสีเสริมรับกับเสาสีแดงและหลังคาสีทอง ของวัดได้เป็นอย่างดี
อาร์เบอร์ดีน
อาร์เบอร์ดีนถือเป็นไฮไลท์ของการเที่ยวเกาะฮ่องกง หมู่เรือลากอวนทาสีฉูดฉาด ซึ่งใช้เป็นบ้านลอยน้ำของชาวประมงในอาร์เบอร์ดีนไปในตัว ช่วยเติมสีสันให้แก่ทิวทัศน์ของอ่าวซึ่งเนินเขารายรอบมีทั้งป่าและอาคารสูง ยังไม่รวมถึงภัตตาคารลอยน้ำอันลือชื่อของฮ่องกง
 
  ศูนย์ประชุมและนิทรรศการฮ่องกง
ศูนย์ประชุมและนิทรรศการฮ่องกง ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของฮ่องกง ด้วยโครงสร้างหลังคาโค้งสามชั้นอันโดดเด่นและผนังกระจกขนาดใหญ่ ที่ให้ทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ตลาดสแตนลีย์
ตลาดสแตนลีย์เป็นสุดยอดแห่งความรื่นรมย์ของเหล่านักช้อป ที่นี่เต็มไปด้วยแผงลอย ร้านค้า และภัตตาคารที่ตกแต่งบูรณะใหม่
ตลาดสแตนลีย์ ตลาดสแตนลีย์

 
ขอขอบคุณการท่องเที่ยวฮ่องกงเอื้อเฟื้อข้อมูล http://www.discoverhongkong.com/thai/
   
   
   

ข้อมูลทั่วไป ประเทศฮ่องกง
ดินแดนแห่งความตื่นตาตรึงใจ มรดกทางวัฒนธรรมและความทันสมัยที่มีสีสัน ผสมผสานลงตัวทุกๆด้าน เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า อาคารทันสมัย วัดวาอาราม หรือแม้แต่แปลง ปลูกผัก รวมทั้งแหล่งช้อปในร้านสุดหรูไปจนถึงตลาดกลางแจ้งมากมายให้บรรดาขาเที่ยว ขาช็อป ได้เลือกสรรจนลานตา จากความหลากหลายเหล่านี้ ทำให้ดินแดนมังกรจิ๋วแห่งนี้มีมนต์เสน่ห์ดึงดูด นักท่องเที่ยวอย่างมากมายให้พบกับสิ่งที่น่าสนใจ

สภาพอากาศ
เป็นแบบกึ่งเขตร้อน มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ไม่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวไปตลอดปี เสื้อผ้าฝ้ายสวมใส่สบายเหมาะสมกับ การเที่ยว ยกเว้นช่วงกลางเดือน ธ.ค.-ก.พ. อุณหภูมิอาจลดถึง 10 องศาเซลเซียส อากาศเย็น สบายและแห้ง น้อยครั้งที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ส่วนเดือนพ.ค.–ก.ย. ฝนตกชุกและ ลมแรง ควรพกเสื้อกันฝน และในฤดูร้อนมักเกิดลมมรสุม ติดเสื้อสเวตเตอร์บางไปด้วยในช่วงนี้
ภาษา
ใช้ 3 ภาษาร่วมกัน คือ ภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาหลัก ส่วนภาษาจีนกลางและ ภาษาอังกฤษตามมาติด ๆ เนื่องจากฮ่องกงเคยตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และปัจจุบัน ยังอยู่ใน อาณาเขตการปกครองของประเทศจีน สำหรับภาษาไทยนั้น ในแหล่งช้อปปิ้งบางร้าน ผู้คนแถวนั้น สามารถพูดภาษาไทยได้ เนื่องจากคนไทยได้ชื่อว่าเป็นนักช้อปของที่นี่
เวลา
เวลาในฮ่องกงจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงไม่มีปัญหาในเรื่องเวลาที่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ควรเปลี่ยนเวลา เมื่อไปถึงฮ่องกง
เขตท่องเที่ยว
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลักๆ แบ่งเป็น 3 เขต คือ เกาะฮ่องกง ฝั่งเกาลูน เขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ และหมู่เกาะต่างๆ
การขอวีซ่าและสถานทูตไทยในฮ่องกง
นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเข้าฮ่องกงได้ โดยไม่ต้องมีวีซ่า และสามารถอยู่ได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งแต่เดิม สามารถอยู่ได้เพียง 14 วัน แต่ก่อนเข้าไปยังฮ่องกง ท่านจะได้รับแบบฟอร์มการเข้าเมือง ซึ่งต้องกรอกให้สมบูรณ์ แล้วแนบไปกับ หนังสือเดินทางเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
เงินตราฮ่องกง
สกุลเงินที่ใช้คือ ฮ่องกงดอลลาร์ (HK$) ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยน 1 HK$ กับเงินบาท อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาท นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินได้จากธนาคารหรือผู้ รับแลกเปลี่ยนเงิน ธนาคารหรือผู้รับแลกเปลี่ยน ซึ่งจะเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่น ดังนั้นนักท่องเที่ยว จึงควรดูอัตราแลกเปลี่ยนดีๆ ก่อน มิเช่นนั้นอาจขาดทุนได้
เอกสารสำคัญ หนังสือเดินทาง (Passport) และเอกสารสำคัญอื่น ๆ
ควรจัดเก็บให้มิด ชิดไว้ในที่ปลอดภัย และเตรียมสำเนาหนังสือเดินทางเก็บไว้ในกรณีที่หนังสือเดินทางของท่านสูญ หาย ส่วนของมีค่านั้นไม่ควรนำติดตัวไป และระมัดระวังกระเป๋าเงิน โดยเฉพาะช่วงที่ท่านเลือกซื้อ สินค้าในย่านต่างๆ เพราะอาจสูญหายหรือถูกขโมยได้
ทิปมัคคุเทศก์และพนักงานขับรถ
ถ้าหากเขาเหล่านั้นบริการได้ดี ควรให้ทิปเป็น กำลังใจ ตามอัธยาศรัย
ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ
ใช้ไฟฟ้าระบบ 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ใช้ปลั๊กแบบ G และ M (ปัจจุบันในฮ่องกง นิยมใช้ปลั๊กตัวผู้แบบ G ปลาย แบน แต่แบบปลายกลมก็ยังมีใช้อยู่)
กรณีฉุกเฉิน
ติดต่อ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง โทรศัพท์ 2521-6481-5 โทรสาร 2521-8629 กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2575-1046-51 โทรสาร 0-2575-1052
การคมนาคมขนส่ง
การเดินทางในแต่ละวันของชาวฮ่องกง 90% เป็นการใช้ขนส่ง สาธารณะ ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเมืองหนึ่งของโลกเพื่อความสะดวกสบายจึงมีบัตร เงิน สดอ็อคโทปัสเป็นบัตรที่ไว้ใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟ, รถราง, รสบัส, เรือข้ามฟาก และยังสามารถ ใช้ได้ที่ร้านสะดวกซื้อกับร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเช่นกัน
ระบบโทรศัพท์
โทรศัพท์ภายในฮ่องกงไม่เสียค่าบริการ ซึ่งร้านค้าและที่พักส่วนใหญ่มี โทรศัพท์ไว้ให้บริการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามจากทางโรงแรมก่อนว่ามีการคิดค่า บริการโทรศัพท์ และชาร์จอย่างไร ยังมีเครื่องโทรศัพท์สาธารณะระบบ IDD ท่านสามารถโทรออก นอกประเทศได้ มีทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตร โดยสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า ศูนย์บริการ ข้อมูลการท่องเที่ยว โทรศัพท์หยอดเหรียญสาธารณะคิดค่าบริการครั้งละ 1 HK$ ใช้ได้นาน 5 นาที สำหรับการโทรกลับเมืองไทยแบบอัตโนมัติ กด 00 + 66 + รหัสจังหวัด + เบอร์โทรศัพท์ แล้วกดโทรออก หากเปิดเบอร์์มือถือมาจากประเทศไทย กด 0066 ต่อด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่ต้อง การโทรออกได้เลยเช่นกัน

enter hongkong travel website
เรื่องราวน่าสนใจของ ฮ่องกง ทั้งที่กิน ที่เที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง ต่างๆมากมาย
 
Disneyland Hongkong ดีสนีสแลนต์
Ocean Park สวนสนุกเก่าของฮ่องกง แต่ความสนกไม่เก่าเลย
รีวิว สายการบิน Airasia ไปฮ่องกง
Promotion Code hongkong shopping
ร้านอาหารใน Disney Land Hongkong
ร้านบะหมี่ สิบเหรียญ MONGKOK
ร้านข้าวอบ Hing Kee ที่ Temple Street สถานี Yao ma Tei
ร้าน Yoshinoya ราคาถูกแต่ไม่ลดความอร่อย
แหล่งช๊อปปิ้งในฮ่องกง (Shopping in Hong Kong)
ขบวน Disney Paradize At Disney Land Resort Hongkong
รวบรวม DISCOUNT CODE Hongkong

 

 

 
 
     
     
HongkongTravel.in.th Hongkong travel infomation website bigest one in thailand เที่ยวฮ่องกง เว็บเดียวเกินพอ Copyright@2553 HongkongTravel.in.th